การเตรียมพื้นผิวและเคลือบสีนั้น หากเรามีเครื่องมือมากกว่า 1 ชนิดในการตรวจสอบ มักจะช่วยเอื้อกันและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแบบทวีคูณ ในวันนี้ ArkcoThailand จะพามาดูเทคนิคการใช้ Elcometer 319 คู่กับ Elcometer 456 คุมคุณภาพความหนาสีแบบครบวงจร ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชมกันเลย
Table of Content
Elcometer 319 และ Elcometer 456 คืออะไร
เทคนิคการใช้ Elcometer 319 คู่กับ Elcometer 456
สรุป
สองเครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือที่มาจากแบรนด์เดียวกันคือแบรนด์ Elcometer ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เชี่ยวชาญในการคิดค้นเครื่องมือการวัดที่ได้รับการยอมรับในทั่วโลก
โดย Elcometer 319 Dewpoint Meter นั้นจะมีหน้าที่หลักๆ คือ ใช้สำหรับวัดสภาพอากาศเป็นหลัก เพื่อใช้ประเมินว่าควรพ่นสีหรือไม่ ใช้วัดค่าสำคัญได้มากมายในเครื่องเดียว เรียกได้ว่าเป็นตัวจบสำหรับการประเมินสภาพอากาศเพื่อใช้ในการตัดสินใจที่จะเริ่มงานเคลือบผิวได้เลย
ส่วนเจ้า Elcometer 456 Coating Thickness Gauge เป็นเครื่องวัดความหนาสีแบบแห้ง รุ่นที่ยอดนิยมมากๆในตลาดตอนนี้ เพราะสามารถวัดความหนาสีได้อย่างแม่นยำแบบสุดๆ มีค่าความคลาดเคลื่อนเพียง ±1% เท่านั้น โดยสามารถใช้วัดพื้นผิวเหล็ก โลหะได้แทบทุกชนิด ใช้ในการวัดความหนาสีหลังการพ่นสีว่าได้ความหนาที่ผ่านมาตรฐานหรือไม่
1. ตัดสินใจในการเคลือบผิวให้แม่นยำด้วย Elcometer 319
การตัดสินใจในการเคลือบผิว ทำสี พ่นสี ไม่ใช่การตัดสินใจบนความรู้สึก เช่น “วันนี้ฝนไม่ตกเลย อากาศแห้งมาก ทำสีเลยดีกว่า” เพราะหากเราตัดสินใจแบบนี้ เราจะไม่มีวันมทราบข้อเท็จจริง และความผิดพลาดได้เลยว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ในงานอุตสาหกรรมนั้นจำเป็นต้องใช้ตัวเลขในการวัดและอ้างอิงว่าควรทำสีรึยัง
โดยมักจะใช้ค่า อุณหภูมิผิวเหล็ก (Ts) เข้าใกล้อุณหภูมิจุดน้ำค้าง (Td) ในการบ่งบอกถึงความเสี่ยงที่ไอน้ำจะควบแน่นเป็นฟิล์มน้ำบนผิวได้ ต่อให้เราเพิ่งเตรียมพื้นผิวอย่างสะอาดแค่ไหน ก็ไม่สามารถเลี่ยงปัจจัยนี้ได้หากเราไม่วัด โดย Elcometer 319 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ได้อย่างแม่นยำ
ด้วยการตรวจสอบและเฝ้าระวังค่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยการติดเครื่องไว้ที่พื้นผิว และคอยแสดงค่า automatic data logging ให้กับผู้ใช้งานทราบว่า ตอนนี้ควรพ่นสีหรือยัง เรียกได้ว่า สามารถอุดช่องโหว่ในการทำสีในวันที่ไม่ควรทำ ได้อย่างดี ด้วยการวัด Ts, Td, RH, ΔT และบันทึกสภาวะอากาศที่ยืนยันได้ว่าหน้างานอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ โดยไม่ใช่การยืนยันแบบมั่วๆ เพราะเป็นการทำตามมาตรฐาน ISO 8502-4 ซึ่งจะใช้ในการยืนยันความน่าเชื่อถือได้
2. วัดความหนาชั้นผิวเคลือบที่ถูกต้องตามมาตรฐานด้วย Elcometer 456
หลังจากที่เคลือบสีแล้วจะเป็นหน้าที่ของ Elcometer 456 ที่เป็นเครื่องวัดความหนาสีแบบแห้ง (Dry Film Thickness )โดยจะใช้วัดความหนาสีบนโลหะแบบไม่ทำลายพื้นผิว ด้วยหลักการทางแม่เหล็ก ซึ่งจะใช้การวัดระยะช่องว่างระหว่างหัววัดกับโลหะและแปลงเป็นความหนาของชั้นเคลือบ โดยต้องได้ความหนาที่ตรงตามมาตรฐาน หนามากไปก็ไม่ดี อาจจะเกิดการแตกร้าวภายในที่มองไม่เห็น
หนาน้อยไปก็มีโอกาสที่จะโดนความชื้นเข้าเล่นงานจนกัดกร่อนก่อนวัยอันควรได้ในที่สุด ดังนั้นจึงต้องหาค่ามาตรฐานสำหรับพื้นผิวโลหะและประเภทของสีนั้นๆ และใช้เทียบค่าเอากับเครื่อง Elcometer 456 นั่นเอง
โดยมาตรฐานความหนาสีบนโลหะที่มักใช้กันคือ ASTM D7091 ซึ่งเป็นการวัดด้วยเครื่องประเภทแม่เหล็กหรืออิเล็กทรอนิกส์ โดย Elcometer 456 จะเข้ามาปิดช่องโหว่ในด้านความหนาสีหลังพ่นสีแล้วไม่ตรงเสปค ช่วยเพิ่มตความน่าเชื่อถือในการทำงานสี และช่วยให้ความหนาสีติดทนนานได้มาตรฐานนั่นเอง
สรุป ทั้ง Elcometer 456 และ Elcometer 319 จะสามารถช่วยกันทำให้งานเคลือบพื้นผิวนั้นได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด และยังสามารถใช้ร่วมกันได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชั่น ElcoMaster อีกด้วย
ArkcoThailand เป็นผู้จัดจำหน่าย เครื่องขัดเหล็ก Montipower เครื่องพ่นสีไฟฟ้า Graco ระบบ Airless เครื่องพ่นทราย เครื่องวัดความหนาสี Elcometer
และอีกมากมาย
________________________________________________________________
ท่านสามารถสั่งซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือเตรียมผิวงาน เครื่องพ่นสี เครื่องพ่นทราย เครื่องวัดความหนาสี ได้ที่
TEL
086-351-3941
Create at : 2026-08-18 05:15:11