อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจร PCB จัดเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการผลิตมากถึงระดับไมโครเมตร ที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการผลิตอย่างมาก CQM จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างไร
วันนี้ ArkcoThailand จะพามาศึกษากับ C‑Cube Coating Quality Measurement (CQM) มีบทบาทอย่างไรในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจร PCB
Table of Content
ทำไมต้องเคลือบสาร (Coating) ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจร
ป้องกันความชื้น
ป้องกันขี้เกลือ
ป้องกันการกัดกร่อนขั้วโลหะ
การวัดคุณภาพผิวเคลือบบนแผงวงจรในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
การวัดเชิงกายภาพ (Physical Thickness Measurement)
การวัดเชิงไฟฟ้าเคมี (Electrochemical Measurement)
ประโยชน์ของการวัดคุณภาพผิวเคลือบ C‑Cube Coating Quality Measurement (CQM)
สรุป
การเคลือบสาร (Coating) ในการผลิตแผงวงจร PCV นั้นเป็นการสร้างชั้นป้องให้กับชิ้นส่วน PCB ที่มีความละเอียดอ่อนและไวต่อสภาพแวดล้อมภายนอกอย่างมาก ซึ่งจะนิยมเคลือบกันอยู่ที่ความหนาเพียงในระดับไมโครเมตร ซึ่งไม่เกิน 100 ไมโครเมตรเท่านั้น โดยชั้นฟิล์มนี้จะมีประโยชน์ดังนี้
ความชื้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายแผงวงจรได้อย่างรวดเร็ว เพราะความชื้นจะสามารถซึมเข้าสู่ลายทองแดงบน PCB ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าได้ในระดับไมโครและสามารถทำให้เกิด electrochemical migration (ECM) และทำให้เกิดการลัดวงจร (circuit Short) ได้อย่างง่าย
ขี้เกลือ (NaCl) จัดเป็นสิ่งที่สามารถทำลายแผงวงจรได้อย่างรวดเร็วอีกอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ได้ถูกติดตั้งอยู่ติดทะเล แต่หากมีเหงื่อเหลือสารที่ประกอบไปด้วยเกลือ เข้าไปสัมผัสหรืออยู่ใกล้กับตัว PCB มากๆ ก็มีโอกาสทำให้เกิดการติดขี้เกลือได้อย่างง่าย
ซึ่งขี้เกลือจะอาศัยความชื้นร่วมในการเกาะตัวบน PCB อีกด้วย ดังนั้นการเคลือบชั้นฟิล์มจะทำให้ป้องกันไม่ให้ทั้งขี้เกลือ ฝุ่น และความชื้นสัมผัสบนพื้นผิว PCB นั่นเอง
ทองแดงบน PCB นั้นสามารถเกิดการออกซิเดชั่นได้ง่ายมากๆ โดยเฉพาะมีสารจาก flux ตกครั้งหลังการบัดกรี แน่นอนว่า ชั้นผิวเคลือบจะช่วยแยกพื้นผิวโลหะออกจาก ออกซิเจน ทำให้ลดการเกิดสนิมและคราบเขียวบนแผงวงจร และยังช่วยรักษาความต้านทานทางไฟฟ้าให้คงที่อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
การตรวจวัดคุณภาพผิวเคลือบในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้นนิยมทำ 2 แบบ ได้แก่
โดยใช้เครื่องมือวัดประเภท coating thickness หรือเครื่องวัดความหนาสี ในการตรวจวัดในขั้นแรก ซึ่งการวัดคุณภาพในพื้นผิวเชิงกายภาพนั้น จะเป็นการเก็บข้อมูลชั้นต้น ว่าสารเคลือบนั้นเคลือบมาได้มาตรฐานความหนาที่ถูกต้องตามที่ระบุหรือไม่ ยังไม่มีการวัดในเชิงคุณภาพแต่อย่างใด ซึ่งหากเราต้องการวัดในเชิงคุณภาพเราจึงต้องไปยังขั้นตอนถัดไป นั่นคือ
ซึ่งจะเป็นการวัดคุณภาพผิวเคลือบบนแผงวงจร โดยจะต้องใช้ระบบ C‑Cube Coating Quality Measurement (CQM) ที่จะเข้ามามีบทบาทในการวัดเชิงคุณภาพนี้ทันที โดยจะใช้ระบบ Electrochemical Impedance Spectroscopy (EIS)
ในการตรวจวัดค่าทางไฟฟ้า เคมี บนชั้นผิวเคลือบ โดยใช้วิธีการใช้หัววัดจำนวน 2 หัว สัมผัสลงบนแผงวงจร จากนั้นจะวัดค่าไฟฟ้าแกระแสสลับ และนำเข้ามูลไปวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลออกมา โดยการใช้เทคนิค EIS
ในระบบ C‑Cube Coating Quality Measurement (CQM) จะมีความแม่นยำสูงเป็นพิเศษ สามารถเก็บข้อมูลเป็นการวัดผิวเคลือบในเชิงคุณภาพได้ทันที ซึ่้งจะสะท้อนถึงความเสื่อมของชั้นฟิล์มโพลิเมอร์ที่ใช้เคลือบ และสามารถนำข้อมูลไปใช้คาดการณ์ความเสื่อมของชั้นฟิล์มในอนาคตได้
C‑Cube Coating Quality Measurement (CQM) นั้นมีบทบาทอย่างมากในการผลิตแผงวงจร PCB ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบทบาทหลักๆคือการตรวจวัดคุณภาพชั้นผิวเคลือบบนแผงวงจรและใช้เป็นเครื่องยืนยันความแข็งแรงคงทน ในการป้องกันการกัดกร่อนในอนาคต ซึ่งกระทำกันในระดับชั้นไมโครเมตร เครื่องมือวัดคุณภาพที่แม่นยำที่สุดในระดับนี้ ArkcoThailand ขอแนะนำ C‑Cube Coating Quality Measurement (CQM) เท่านั้น
ArkcoThailand เป็นผู้จัดจำหน่าย เครื่องขัดเหล็ก Montipower เครื่องพ่นสีไฟฟ้า Graco ระบบ Airless เครื่องพ่นทราย เครื่องวัดความหนาสี Elcometer
และอีกมากมาย
________________________________________________________________
ท่านสามารถสั่งซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือเตรียมผิวงาน เครื่องพ่นสี เครื่องพ่นทราย เครื่องวัดความหนาสี ได้ที่
TEL
086-351-3941
Create at : 2026-01-12 07:43:10